รักนะ! Organic : 15 เหตุผลที่จะทำให้คุณหลงรักวิถีออร์แกนิก

บางคนก็เรียก ออร์แกนิก บางคนก็เรียกออร์แกนิค แตกต่างคำสะกดกันไปบ้างแต่ก็หมายถึงสิ่งเดียวกัน แล้วออร์แกนิก มันคืออะไร เพราะได้ยินบ่อยๆว่ามันคือ เกษตรอินทรีย์ แต่ยิ่งแปลก็ยิ่งงง หากจะว่าไปแล้วได้ยินคำว่าออร์แกนิก บ่อยกว่าเกษตรอินทรีย์เป็นไหนๆ ขออธิบายแบบรวบรัดเลยว่า ‘ออร์แกนิก’ ก็คือไร้สารพิษนั่นเอง ถ้าเอาไปรวมกับคำว่าผัก เป็นผักออร์แกนิก ก็จะหมายถึงผักปลอดสารพิษ หากรวมกับคำว่าอาหาร เป็นอาหารออร์แกนิกก็จะหมายถึงอาหารที่ไม่ปรุงแต่งสีกลิ่นรส หรือหากพูดถึงเครื่องสำอางออร์แกนิกก็เป็นเครื่องสำอางที่ไร้สารตกค้างนั่น เอง

แล้วออร์แกนิ กมันดียังไง ทำไมคนถึงหันมาให้ความสนใจกันมาก จริงๆแล้วออร์แกนิกไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ของชาวโลกและชาวไทยเลย เพียงแต่เราไปหลงกับเคมีมากไปในช่วงหนึ่ง ทำให้เคมีเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรามากมายเหลือเกิน เริ่มตั้งแต่ปลูกพืชผัก ก็ต้องใช้ยาฆ่าแมลง และปุ๋ยเคมีเพื่อให้ได้ผลผลิตงอกงาม เลี้ยงสัตว์ก็มักใช้ฮอร์โมนเร่งสีเร่งน้ำหนัก อาหารก็มักปรุงแต่งด้วยสีเคมีและกลิ่นสังเคราะห์เพื่อให้ได้กลิ่นสีที่น่า รับประทาน ส่วนของใช้ อันนี้หนักหน่อยเพราะเติมทั้งเคมี และกลิ่นสีสังเคราะห์ เพื่อให้ผู้ใช้ติดใจในคุณสมบัติที่ได้ผลรวดเร็วและฤทธิ์รุนแรง จากนั้นมาเคมีก็เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆซึมเข้ามาในชีวิตประจำวันแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ภัยร้าย จนบางครั้งผู้เขียนเองซึ่งเติบโตมาในยุคเคมีเฟื่องฟู ก็ยังแยกไม่ออก หรือไม่ทราบด้วยซ้ำไปว่าอาหารที่ไม่ปรุงแต่งรสชาติเป็นแบบใด ยกตัวอย่างง่ายๆใกล้ตัว คือ ข้าวหมูแดง เป็นอาหารที่เด็กๆชอบรับประทานมาก ผู้เขียนเคยรับประทานแต่หมูแดงที่เป็นสีแดงจัดๆ จนไม่เคยได้สนใจว่าสีแดงนั้นมาจากไหน มาทราบอีกครั้งตอนโตแล้วว่าสีแดงก็คือสีผสมอาหารซึ่งเป็นสีสังเคราะห์นั้น เอง แล้วหมูแดงที่ไม่ผสมสีผสมอาหารล่ะมีมั๊ย เป็นคำถามที่ชวนให้หาคำตอบมาก และจากนั้นก็มีคำถามขึ้นมาอีกมากมาย จนทำให้เราเพิ่งฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า สังคมเราทุกวันนี้เป็นโลกสังเคราะห์แทบทั้งสิ้น แล้วหากเราต้องการหลีกเลี่ยงสิ่งสังเคราะห์เหล่านั้นจะทำได้มั๊ย คำตอบคือ

“ทำได้....ด้วยวิถีออร์แกนิก

วิถีออร์แกนิก ก็คือการกิน การอยู่แบบออร์แกนิก ก่อนที่จะตัดสินใจหลงรัก วิถีออร์แกนิก ลองดูข้อดีของวิถีออร์แกนิกซะก่อน แล้วคุณจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า  “รักนะ….Organic”

 

1.หยุดการบริโภคสารปรุงแต่งได้มากถึง 2 กิโลกรัมต่อปี 

ในแต่ละปี คนเราจะบริโภคอาหาร ใช้เครื่องสำอางและของใช้ในครัวเรือนซึ่งแต่งสี กลิ่น และรส มากถึง 2 กิโลกรัมต่อปี สารเหล่านี้ก่อให้เกิดโรคภัยต่างๆอย่างมากมาย เช่น กระตุ้นโรคภูมิแพ้ ผดผื่น อาการปวดศีรษะ โรคหอบหืด อาการซนผิดปกติ รวมถึงทำให้เด็กมีการตอบสนองช้า อาการเหล่านี้มีส่วนหนึ่งมาจากพันธุกรรมก็จริง อาจจะไม่แสดงอาการ เข้าตำราป่วยนะแต่ไม่แสดงออก เมื่อได้รับการกระตุ้นจากสารพิษตกค้างรอบตัวแล้ว ก็จะแสดงอาการออกมา อาจจะมากกว่าพ่อแม่ก็เป็นได้ หากเราเปลี่ยนมาใช้วิถีออร์แกนิก ก็จะลดการบริโภคสารปรุงแต่งตัวปัญหาเหล่านี้โดยไม่ต้องทำอะไรมากมายเลย

 2.    ได้บริโภคอาหารที่มีรสชาติดี

มีหลายคนที่ บริโภคอาหารออร์แกนิกทุกมื้อ เพราะติดใจในรสชาติอาหารออร์แกนิก อันนี้เป็นความจริงที่คิดตามได้ไม่ยาก ยกตัวอย่างง่ายๆ ให้ผู้อ่านลองจินตนาการถึงผลไม้ที่ชอบ ในขณะที่รับประทานในและนอกฤดูกาล ผลไม้ชนิดเดียวกันนี้ให้รสชาติที่ต่างกันมาก ผลไม้ตามฤดูกาลมักไม่ต้องใส่ปุ๋ยหรือบำรุงอะไรมาก เพราะมันเกิดตามฤดูกาลอยู่แล้ว จึงได้รสชาติผลไม้ และกลิ่นผลไม้ที่แท้จริง ส่วนผลไม้นอกฤดูกาลนั้นให้ปุ๋ยเคมีเพื่อเร่งให้ออกดอก รวมถึงพ่นยาฆ่าแมลงศัตรูพืช ดังนั้นพืชออร์แกนิกจึงมีรสชาติดีกว่า มีปริมาณไนเตรตซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในปริมาณที่ต่ำกว่ามาก แต่มีวิตามิน สารแอนตี้-ออกซิแดนซ์สูงกว่า ที่สำคัญอร่อยได้โดยไม่มีความกังวลสารตกค้าง

 3.    ได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่าสารอาหารสูง 

สำหรับคุณแม่ ที่ให้นมบุตร...โปรดทราบ...อาหารออร์แกนิกนั้นนอกจากจะทำให้ได้สารอาหารที่ ดีแก่ตัวคุณแม่เองดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว ยังช่วยให้น้ำนมคุณแม่มีปริมาณกรดไขมันที่มีคุณค่าอาหารสูงกว่าอาหารปกติ หนำซ้ำยังก็ยังไม่ต้องเสี่ยงกับสารฆ่าแมลงตกค้างที่อาจก่อให้เกิดการพัฒนา สมองที่ผิดปกติแก่ทารกด้วย

 4.    ไม่ต้องกลัวเซ็กส์เสื่อม 

ไม่เชื่อก็ต้อง เชื่อว่ายาฆ่าแมลงที่ตกค้างมีผลโดยตรงกับฮอร์โมนเพศ หากคุณไม่อยากมีปัญหาเรื่องนี้ก็อย่าเสี่ยงกับอาหารและเครื่องใช้เคมีอีกเลย

  5.    ลดอัตราเสี่ยงโรคมะเร็ง

เนื่องมากจาก พืชออร์แกนิกนั้นมีสารอาหารที่เป็นสารแอนตี้-ออกซิแดนซ์ มากกว่าพืชทั่วไปถึง 30% ซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงการสุขภาพแล้วว่ามีส่วนช่วยในการต้านมะเร็ง

 6.    ลดอัตราเสี่ยงเด็กสมองพิการ 

พัฒนาการทาง สมองที่ผิดปกติของเด็กนั้นเกิดตั้งแต่อยู่ในครรภ์และในช่วงแรกของชีวิต โดยอาจมีสาเหตุมาจากยาฆ่าแมลง สารเคมีที่สะสมในอาหาร อาการผิดปกติที่เกิดขึ้น รวมถึงอาการHyperactivity หรือเด็กซนผิดปกติ และ โรคออทิสติกด้วย อันตรายของสารเคมีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยาฆ่าแมลง สารเคมีสังเคราะห์ล้วนก่ออันตรายให้กับทารกตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ มีรายงานวิจับบางฉบับออกมาแฉว่าสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์นั้นมี มากกว่า 100 ชนิด ส่วนปริมาณสารเคมีบางชนิดที่ทารกแรกเกิดได้รับนั้นก็มากกว่าที่ร่างกายจะยอม รับไหว แปลว่าหลังจากที่ได้รับสารเคมีบางตัวจนเกินจะรับไหวแล้ว ร่างกายไม่อาจต้านเคมีตัวนั้นก็จะทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติไป และอาจถึงขั้นพัฒนาต่อไปไม่ได้ ส่งผลให้เด็กทารกพิการได้ รู้แบบนี้แล้ว หันมาปกป้องคนที่เรารักด้วยวิถีออร์แกนิกกันดีกว่า

 7.    หลบพ้นผลิตภัณฑ์ GMO 

บางประเทศกำหนด ให้ผู้ผลิตต้องแสดงข้อความบนฉลากหากผลิตภัณฑ์นั้นมีพืชหรือสัตว์ตกแต่งพันธุ กรรม (GMO) เพราะเล็งเห็นถึงอันตรายของพืชและสัตว์สังเคราะห์เหล่านี้ว่าอาจส่งผลต่อ ชีวิตและความเป็นอยู่ได้ หากคุณเป็นคนนึงที่ไม่อยากเป็นหนูทดลองของผลิตภัณฑ์ GMO ไม่ว่าจะเป็นของกินของใช้อะไรก็ตาม มองหาผลิตภัณฑ์เซอร์ติฟายด์ออร์แกนิก แล้วคุณจะปลอดภัยจาก GMO เพราะผลิตภัณฑ์เซอร์ติฟายด์ ออร์แกนิกเชื่อว่าพืชต้องมาจากธรรมชาติไม่ใช่หลอดทดลอง

 8.    ช่วยเหลือเกษตรกร

ผลการสำรวจความ เป็นอยู่ของเกษตรกรที่หันมาเปลี่ยนแปลงฟาร์มเคมีเป็นฟาร์มออร์แกนิกนั้น เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะไม่ต้องทนกับสารเคมีที่ต้องฉีดพ่นทุกวัน ปุ๋ยอินทรีย์ที่มาจากการหมักเองก็มีราคาถูกกว่า แม้จะต้องใช้แรงงานมากกว่า แต่ก็ถือว่าเป็นการช่วยเหลือภาคแรงงานไปได้ในตัว ซึ่งเจ้าของฟาร์มส่วนใหญ่ก็มีความรู้สึกภูมิใจในฟาร์มออร์แกนิกของตนเอง

 9.    ลดปริมาณสารเคมีตกค้าง

สารเคมีที่ใช้ ในเกษตรกรรมและกสิกรรมนั้นไม่ได้อยู่แต่ในพืชและสัตว์ที่ถูกเลี้ยงในฟาร์ม เคมีเท่านั้น แต่มันตกค้างอยู่ตามพื้นดิน ในอากาศและไหลลงสู่แหล่งน้ำในที่สุด จากนั้นก็จะถูกนำมาบริโภค รวมถึงสัตว์น้ำ ปะการังก็ต้องรับเคมีไปเต็มๆแบบไม่เต็มใจ ดังนั้นหากเราหันมาใช้ชีวิตแบบวิถีออร์แกนิกแล้วจะช่วยลดปรมาณสารเคมีตกค้าง ได้มาก สิ่งที่ตามมาก็คือ ช่วยรักษาโลก และเราก็จะมีทรัพยากรธรรมชาติไว้ให้ลูกหลานได้ใช้ มีอากาศบริสุทธิ์ให้สูดได้เต็มปอด มีน้ำตกใส ทะเลสวยให้ว่ายเล่นได้อีกนาน

10.   ช่วยฟื้นฟูดิน 

การเกษตรแบบใช้ เคมีนั้นเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าทำให้หน้าดินเสียคุณภาพและคุณสมบัติที่ดีใน การเพาะปลูกไป เมื่อดินเสียไปแล้วจะเพาะปลูกอะไรก็ไม่ได้ผลผลิตดี หนำซ้ำพืชผักที่ปลูกได้ก็แทบไม่ได้คุณค่าสารอาหารครบถ้วนตามที่ควรจะเป็น สรุปว่าได้กินเคมีจากปุ๋ยเข้าไปแทน การปลูกพืชแบบออร์แกนิกนอกจากจะเลี่ยงเคมีได้แล้วยังทำให้พืชเติบโตแบบ ธรรมชาติให้วิตามิน แร่ธาตุเต็มที่อีกด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต่างประเทศมีการศึกษาเชิงวิชาการอย่างจริงจังแล้วว่า พืชออร์แกนิกมีปริมาณสารแอนตี้-ออ็อกซิแดนซ์มากกว่าพืชแบบเคมี

11.   เพิ่มความหลากหลายทางชีววิทยา 

หากไม่ใช้ยาฆ่า แมลงสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นจะยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ และเพิ่มความหลากหลายทางชีววิทยาไปเรื่อยๆ ซึ่งอาจจะฟังดูวิชาการ...น่าเบื่อ! งั้นขออธิบายให้เห็นภาพโดยไม่ต้องพึ่งทฤษฎีง่ายๆแบบนี้ค่ะ เวลาเราไปเที่ยวต่างถิ่น ก็จะเห็นทิวทัศน์แปลกตา ได้กินผลไม้เปรี้ยวหวานหลากหลาย มีผักสดรสอร่อย เสื้อผ้าแปลกแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น นั่นเป็นเพราะความหลากหลายทางชีววิทยา ที่ทำให้คนแต่ละท้องถิ่นดำเนินชีวิตไม่เหมือนกัน เป็นเพราะต้องปรับตัวตามธรรมชาติที่แตกต่างกันไป เห็นมั๊ยคะ หากขาดความหลากหลาย เราก็คงไม่อยากไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นที่เชียงราย ไม่อยากไปดำน้ำดูปะการังสวยที่พังงา ไม่อยากไปกินปูเผาเนื้อแน่นที่ตราด และไม่อยากไปกินมังคุดหวานซ่อนเปรี้ยวที่ระยองก็เป็นได้

 12.   หยุดการใช้ฮอร์โมน 

การปศุสัตว์ใน ปัจจุบันมักจะใช้ฮอร์โมน สารยับยั้งแบคทีเรีย และยาตกแต่งพันธุกรรม (GMO) เราต้องไม่ลืมว่าเมื่อสัตว์เหล่านั้นได้รับสารเคมีเหล่านี้เข้าไปแล้ว ก็ไปสะสมที่ร่างกาย ผลที่ผู้บริโภคได้รับก็คือได้บริโภคเนื้อสัตว์และบริโภคฮอร์โมนสัตว์เข้าไป ด้วยพร้อมกัน สารเหล่านี้กระตุ้นภูมิแพ้ได้เป็นอย่างดี ทำให้เกิดผลข้างเคียงมากมายที่เราอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

 13.   ไม่ทารุณสัตว์ 

คำว่าออร์แกนิ กไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นพืชเท่านั้น ผู้ที่ใช้วิถีออร์แกนิกก็ไม่จำเป็นต้องเป็นมังสวิรัติ เพราะสามารถรับทานเนื้อสัตว์ได้ วิถีออร์แกนิกเชื่อว่าถึงแม้จะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงมาเพื่อกินเนื้อก็ไม่ครถูก ทารุณกรรม ผู้อ่านคงเคยดูรายการที่พาไปเยี่ยมชมฟาร์มไก่กันมาบ้าง ชนิดที่อัดกันแน่น 5-7 ตัวต่อกรง แถมกรงยังถูกซ้อนกันเป็นชั้นๆ หรือที่ต่างประเทศเรียกว่า Battery hen หรือฟาร์มสุกรที่จัดซองให้สุกรนอนแค่พอดีตัว สัตว์เหล่านั้นถูกบังคับให้ออกไข่ เร่งให้มีน้ำหนักตัวมาก หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มักจะถูกบังคับให้มากกว่าที่ธรรมชาติกำหนดไว้ เราจึงไม่ควรสนับสนุนการทารุณกกรมสัตว์ ครั้งต่อไปเมื่อไป Super market ลองเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า Free-range หรือ Organic เพื่อช่วยสนับสนุนเกษตรกรผู้ผลิตเนื้อสัตว์แบบไม่ทารุณกันดูบ้าง

 14.   ลดขยะ ลดภาวะโลกร้อน 

วิถีชีวิตทุก วันของเรามักจะสร้างขยะขึ้นมามากมาย ขยะที่ไม่เกิดประโยชน์เหล่านี้จะทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกตามมา วิถีออร์แกนิกแนะนำให้เรานำขยะเหล่านั้นกลับมารีไซเคิล หรือทำเป็นเป็นปุ๋ยหมัก ดังนั้นเกษตรกรรมแบบออร์แกนิกจึงนำของเหลือใช้มาทำให้เกิดประโยชน์และเหลือ ตกค้างน้อยที่สุด

 15.   มั่นใจเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก  

ผลิตภัณฑ์เซอร์ ติฟายด์ออร์แกนิกจะผ่านขั้นตอนการตรวจสอบตั้งแต่การเพาะปลูก การเลี้ยงดู เก็บเกี่ยวเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้บริโภคมากที่สุด ทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบได้ ผู้บริโภคไม่ต้องกังวลเรื่องสารตกค้าง แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าผลิตภัณฑ์ไหนเป็นเซอร์ติฟายด์ออร์แกนิก ดูได้จากตราสัญลักษณ์ที่ได้รับการรับรองจากองค์กรที่น่าเชื่อถือเช่น USDA, ACO, ECOCERT เป็นต้น

ขอบคุณที่่มา www.mt-retour.co.th

 

Visitors: 2,580,829