เตรียมสุขภาพดีรับปีใหม่

หลักเบื้องต้นของการมีสุขภาพดีนั้นมีวิธีการง่ายๆ (?) เริ่มจากการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตด้วยการดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง

ตั้งแต่ เรื่องการออกกำลังกาย การทานอาหาร การพักผ่อน การป้องกันโรค และการลดหรือเลิกสิ่งที่บั่นทอนสุขภาพ ซึ่งอาจรวมไปถึงการดูแลสิ่งแวดล้อม รอบบ้านรอบตัวให้สะอาด ปลอดโปร่ง อากาศถ่ายเทได้ดี การปฏิบัติตามแนวทางนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่าจะทำให้มีสุขภาพแข็งแรง ไม่ป่วยบ่อย สามารถหลีกเลี่ยงโรคที่ป้องกันได้และอายุยืนยาวขึ้น


การออกกำลังกาย 

ถ้าไม่มีเวลาจริงๆ ควรออกกำลังกายสัปดาห์ละครั้ง ครั้งละ 30 นาที เป็นอย่างน้อย โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น วิ่ง เดินเร็ว ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิก เป็นต้น สำหรับผู้ใหญ่หรือแม่บ้าน อาจจะออกกำลังกายโดยการถูบ้าน เดินขึ้นบันได การเดินเร็วๆ ไปจ่ายตลาด ก็จะเป็นการส่งเสริมให้ร่างกายและหัวใจแข็งแรง ทำให้ข้อเคลื่อนไหวได้ดี สำหรับเด็กและวัยรุ่นควรออกกำลังกายวันละ 60 นาทีทุกวัน ส่วนคนท้องที่ไม่มีข้อห้ามในการออกกำลังกายให้ออกกำลัง ปานกลางวันละ 30 นาทีทุกวัน แต่ต้องหลีกเลี่ยงการออกกำลังที่จะเกิดอันตรายต่อการตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ควรหากีฬา ที่เหมาะสมกับตนเองเพื่อลดอัตราการเสื่อมของอวัยวะ 

อาหาร

ทุกวันนี้ เราควรหันมาใส่ใจเรื่องอาหารมากขึ้น เพราะปัจจุบันมีอาหารจังก์ฟู้ด และอาหารที่เกินๆ จำนวนมาก ไม่ว่าจะมันเกิน เค็มเกิน หวานเกิน เผ็ดเกิน หลีกเลี่ยงอาหารปิ้ง ย่าง อาหารที่ปรุงไม่สะอาด เลือกทานอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดสารพิษ ปลอดสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ อาหารปรุงสำเร็จถ้าเลี่ยงได้ควรเลี่ยง เพราะการปรุงอาหารเองเราสามารถเลือกวัตถุดิบที่มี คุณภาพตามที่เราต้องการได้ นอกจากนี้ ยังต้องงด ดื่มแอลกอฮอล์และน้ำอัดลม เพราะเป็นผลเสียต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง หญิงตั้งครรภ์ หญิงที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เด็ก วัยรุ่น หรือผู้ที่ทานยาเป็นประจำ


การพักผ่อน นอนหลับ

การพักผ่อน และการนอนหลับถือเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการดูแลสุขภาพ ยิ่งถ้าทำงานหนัก หรือใช้สมองมาทั้งวัน ก็ยิ่งจำเป็นที่จะต้องพักผ่อนให้เต็มที่ ดังนั้น เราจำเป็นต้องหาเวลาพักผ่อนให้กับตัวเอง เช่น การหยุดพักผ่อนประจำปีด้วยการเดินทางท่องเที่ยว แต่ละสัปดาห์ควรมีวันพักผ่อนจริงๆ อย่างน้อยหนึ่งวัน โดยปล่อยสมองให้ว่างจากภารกิจต่างๆ อาจเลือกทำอะไรตามใจตัวเองบ้าง เช่น ไปดูหนัง ฟังเพลง เดินเล่น ช้อปปิ้ง ทำสวนครัว ปลูกต้นไม้ เล่นกีฬา ฯลฯ นอกจากนี้ ยังควรนอนหลับให้สนิท เพื่อจะได้ตื่นมาอย่างสดใสสุขภาพดี 

อารมณ์ - ความเครียด

สถานการณ์ เศรษฐกิจ การเมืองที่คุกรุ่นแบบนี้ ยอมรับว่า ส่งผลให้อารมณ์ (ดี) ของคนไทยลดน้อยถอยลงมาอย่างต่อเนื่อง และถูกแทนที่ด้วยความเครียด ซึ่งยากที่จะขจัดออกไปได้ง่ายๆ อย่างไรก็ตาม เราต้องขจัดออกไปด้วยการคิดบวก และมองโลกในแง่ดี เพราะถ้าเกิดความเครียดจะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมา เช่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หัวใจเต้นเร็ว แน่นท้อง มือเท้าเย็น โดยเฉพาะ Chronic stress หรือความเครียดเรื้อรังเป็นความเครียดที่เกิดขึ้นทุกวันและร่างกายไม่สามารถ ตอบสนองหรือแสดงออกต่อความเครียดนั้น เมื่อนานวันเข้าความเครียดนั้นก็จะสะสมเป็นความเครียดเรื้อรัง ซึ่งจะทำให้เกิดผลเสียในระยะยาวต่อสุขภาพ ทั้งทางกาย และทางอารมณ์ 

อากาศ

เรา คงรู้กันดีว่าทุกวันนี้แทบจะหาอากาศดีๆ ไม่ได้ โดยเฉพาะคนในเมืองใหญ่ที่มีมลพิษจากสถานที่ต่างๆ ทั้งโรงงานอุตสาหกรรม สถานประกอบการ ควันพิษจากยวดยานพาหนะ ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ ทำให้คนเราเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจกันมากขึ้น โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้อากาศ การแก้ไขคงเริ่มจากการป้องกันตนเองด้วยการหลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีให้ มากที่สุด อาจปลูกต้นไม้ให้มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องทำบ้านให้เป็นป่าก็ได้ แค่ปลูกต้นไม้กันมากขึ้นเท่าที่จะทำได้ หมั่นจัดบ้านและห้องหับต่างๆ ให้เป็นระเบียบ เพื่ออากาศจะได้ถ่ายเทได้สะดวก อะไรที่ไม่จำเป็นก็เก็บเข้าห้องเก็บของจะได้ไม่เป็นที่สะสมของฝุ่นผง หรือเชื้อโรคภายในบ้าน ถ้าจะให้ดีระบายของที่ไม่จำเป็นออกจากบ้านด้วยการขายหรือบริจาคก็ไม่ว่ากัน นอกจากนี้ เรายังสามารถเติมอากาศบริสุทธิ์ได้จากการออกกำลังกายในสวนสาธารณะที่มีแมก ไม้ร่มรื่น และควรหาโอกาสดีๆ ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ในต่างจังหวัดกันบ้างก็คงดีไม่น้อย 

ตรวจสุขภาพประจำปี 

สิ่งสำคัญที่คนส่วนใหญ่มักจะละเลยคือการตรวจเช็คสุขภาพ เพราะอย่าลืมว่าร่างกายของคนเรานั้นไม่มีแม้แต่นาทีเดียวที่จะได้หยุดพัก ผ่อน เวลานอนหลับ อวัยวะทุกส่วนต้องทำงานตลอดเวลา การตรวจสุขภาพประจำปีจึงมีความจำเป็นสำหรับทุกเพศทุกวัย ในวัยเด็กหรือวัยรุ่น ก็อาจตรวจสุขภาพทั่วๆ ไปและตรวจสุขภาพฟัน แต่ในวัยทำงานอาจจะต้องตรวจการทำงานของปอด ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะเพื่อดูสภาพเบื้องต้น สำหรับคนที่อายุ 35 ปี ขึ้นไปก็ต้องตรวจสุขภาพให้ละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น เช่น ตรวจดูการเต้นของหัวใจ ตรวจการทำงานของตับ หาระดับไขมันในเส้นเลือด ระดับน้ำตาลในเลือด ผู้หญิงต้องเพิ่มการตรวจมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม เป็นต้น นอกจากนี้ ในรายที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคชนิดใดชนิดหนึ่งสูงกว่าปกติ เช่น ถ้าเป็นคนอ้วน มีประวัติเบาหวานในครอบครัว ประวัติโรคหลอดเลือดหัวใจของญาติสายตรง ไขมันสูงในครอบครัว เป็นมะเร็งชนิดต่างๆ หรือเจ็บป่วยบ่อยก็อาจจะเริ่มต้นตรวจที่อายุน้อยกว่า 35 ปีเป็นอย่างน้อย 

เชื่อว่าหลักเบื้องต้น ที่เรานำมาฝากในฉบับส่งท้ายปีแบบนี้ คงไม่ยากจนเกินไปสำหรับการมีสุขภาพดีในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงไม่กี่วันข้าง หน้า 

(แหล่งที่มา : http://women.sanook.com/health/tips/tips_53362.php)

Visitors: 2,592,865